Grand Croatia แกรนด์โคเอเซีย 8 Days

Grand Croatia 8 Days แกรนด์โคเอเซีย 8 วัน 
เมืองซาเกรบ ซาดาร์ เมืองดูบรอฟนิก ซิเบนิก โวดิเซ่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่

วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ
22.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก
วันที่สอง ดูไบ – ซาเกร็บ – ซาดาร์
01.15 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
04.45 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
08.15 น. ออกเดินทางสู่เมือง ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK129 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
12.20 น. เดินทางถึง ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วออกเดินทางไปยัง ซาดาร์ (Zadar) โดยรถโค้ช

เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม Hotel Kolovare หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม ซาดาร์ – สปลิต – ดูบรอฟนิก

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เที่ยวชมเมือง ซาดาร์ (Zadar) หนึ่งในเมืองโบราณของสโลวีเนีย อยู่ติดกับทะเลเอเดรียติก โดยรอบตัวเมืองเราจะได้เห็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคโรมัน ไม่ว่าจะเป็นโรมันฟอรัม วิหาร โบสถ์ต่างๆ และคณะเราก็ไม่พลาดไปเที่ยวชมในตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็น มหาวิหารเซนต์อนาสตาเซีย (St. Anastasia’s Cathedral) หรืออีกชื่อคือ มหาวิหารแห่งซาดาร์ (Zadar Cathedral) โบสถ์โบราณสีขาวที่สวยสง่าด้วยศิลปะสไตล์โรมัน โบสถ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12-13 และเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ แล้วแวะไปถ่ายรูปกับอีกหนึ่งโบสถ์เด่นที่อยู่ใกล้ๆ กันเลยก็คือ โบสถ์เซนต์แมรี่ (St. Mary’s Church) แม้จะเป็นอาคารที่ดูจะเรียบๆ เมื่อเทียบกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ แต่โบสถ์เซนต์แมรี่นั้นล้ำค่าในด้านของประวัติศาสตร์ ด้วยอายุที่มากกว่า 900 ปี และที่ด้านในโบสถ์นั้นก็ได้ตกแต่งด้วยสไตล์บารอกที่งดงามไม่แพ้โบสถ์อื่นๆ เลย
ออกเดินทางสู่ สปลิต (Split) ด้วยรถโค้ช
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินเล่นและแวะถ่ายรูปกับวิวสวยๆ ของเมือง สปลิต เมืองใหญ่อันดับ 2 ของโครเอเชีย อีกหนึ่งเมืองริมทะเลที่ร่ำรวยด้วยวิวสวยๆ ด้วยความเก่าแก่ของเมืองและศูนย์กลางวัฒนธรรมมาตั้งแต่โบราณนั้น ทำให้เมืองสปลิตได้ขึ้นเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่สำคัญในปี 1979 จุดเช็คอินแวะถ่ายรูปสวยๆ ของกรุ๊ปเราในครั้งนี้คือ พระราชวังดิโอคลีเชียน (Diocletian Palace) พระราชวังโบราณที่สร้างขึ้นตามรับสั่งของจักรพรรดิโรมัน ดิโอคลีเชียน ในช่วงศตวรรษที่ 4 เป็นพระราชวังทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ริมทะเล เป็นสิ่งก่อสร้างตั้งแต่ยุคโรมันที่ยังคงสภาพไว้ได้ดีมากที่สุดแห่งหนึ่ง มหาวิหารเซนต์ดอมนิอุส (Cathedral of Saint Domnius) โดดเด่นด้วยหอระฆังสีขาวที่สูงเด่นที่สุดในเมืองสปลิตแห่งนี้ โบสถ์สวยอายุกว่า 1600 ปีแห่งนี้เป็นหนึ่งในโบสถ์ของศาสนาคริสต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

มุ่งหน้าสู่เมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik)

เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Valamar Lacroma Dubrovnik หรือระดับเดียวกัน
วันที่สี่ ดูบรอฟนิก – เมืองเก่าดูบรอฟนิก – Srd Hill

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เมืองดูบรอฟนิก เมืองศูนย์กลางการท่าโบราณ ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของโครเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นตัวเมืองสวยมากเสน่ห์และวิวทะเล เข้าชม ย่านเมืองเก่า ที่น่าดึงดูดด้วยความงามที่มีมาตั้งแต่โบราณของเมือง แถมด้วยการได้การันตีเป็นมรดกโลกแล้วทำให้เมืองดูบรอฟนิกไม่ควรพลาดเลยเมื่อมาเที่ยวโครเอเชีย ภายในบริเวณเมืองเก่านั้นมีไฮไลท์มากมายที่เราก็ไม่พลาดชม ไม่ว่าจะเป็น พระราชวัง
สปอนซา (Sponza Palace)
พระราชวังเก่าอายุกว่า 500 ปี ผสมผสานระหว่างศิลปะสไตล์โกธิคและเรเนสซองส์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ทางราชการ เก็บรักษาเอกสารเก่าแก่กว่า 100,000 ชิ้น และที่ตั้งอยู่ติดกันก็คืออีก พระราชวังเรคเตอร์ (Rector’s Palace) เป็นพระราชวังที่สมัยก่อนเป็นที่อยู่ของขุนนางและเป็นเหมือนศาลาว่าการ ทั้งยังเป็นคลังอาวุธ และคุก พระราชวังนี้มีการผสมผสานศิลปะจากหลายยุคหลายสมัยแต่เข้ากันได้อย่างลงตัวและสวยงาม และแวะไปอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมือง น้ำพุโอโนฟริโอ (Onofrio’s Fountain) น้ำพุขนาดใหญ่กลางเมืองที่ได้สร้างขึ้นเมือปี 1430 เพื่อเป็นหนึ่งในจุดกระจายน้ำจากท่อส่งน้ำของเมือง

นั่งกระเช้าสู่ Hill Srd เนินเขาเหนือเมืองดูบรอฟนิกที่เราจะได้ชมวิวสวยๆ ของเมืองแบบเต็มที่จากมุมสูง ทิวทัศน์ของหลังคาอาคารบ้านเรือนต่างๆ ที่เป็นอิฐสีส้มกับตัวอาคารสีขาวนั้นตัดกับน้ำทะเลสีคราม เป็นภาพวิวที่น่าประทับใจมากที่สุดภาพหนึ่งเลย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

แล้วก็ได้เวลาที่หลายๆ คนรอคอย อิสระช้อปปิ้ง ที่สามารถเดินช้อปปิ้งได้อย่างจุใจไปกับร้านค้ามากมายตามซอกซอยมากมายของเมือง

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

นำท่านกลับสู่ที่พัก Valamar Lacroma Dubrovnik หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า ดูบรอฟนิก – ซิเบนิก – โวดิเซ่ – พลิตวิเซ่

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางจากเมืองดูบรอฟนิกไปยังจุดหมายถัดไป ซิเบนิก (Sibenik) เมืองโบราณริมทะเลมากประวัติศาสตร์ และเป็นเมืองของชาวโครเอเชียริมฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุด พร้อมด้วยบรรยากาศริมทะเลชิลล์ๆ แสนเชิญชวน ภายในเมืองที่ตั้งของมรดกโลก นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่าบริเวณ จัตุรัสเมืองเก่า ศูนย์กลางย่านเมืองเก่าที่รายล้อมไปด้วยอาคารเก่าแก่ และมากมายไปด้วยร้านค้าร้านอาหาร แต่ก็ยังได้บรรยากาศของย่านเมืองเก่าอย่างครบถ้วน มหาวิหารแห่งเซนต์เจมส์ (Cathedral of Saint James) ตัวอาคารสีขาวหลังใหญ่นี้ได้ถูกสร้างขึ้นจากหินปูนทั้งหลัง แล้วออกแบบอย่างดีในสไตล์เรอเนสซองส์และโกธิค โดดเด่นด้วยโดมสีขาวและรูปปั้นที่ตกแต่งอยู่โดยรอบตัวโบสถ์

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
มุ่งหน้าสู่ โวดิเซ่ (Vodice) เมืองเล็กๆ ที่แม้จะไม่ใหญ่แต่ก็เก่าแก่และมากด้วยทัศนียภาพสวยๆ ไม่แพ้เมืองริมทะเลอื่นๆ เลย เมืองโวดิเซ่นั้นสามารถย้อนประวัติศาสตร์ไปได้ถึงช่วงยุคโรมัน และเคยเป็นส่วนหนึ่งของเวนิสช่วงปี 1412-1797นั่งรถโค้ชเดินทางสู่เมืองพลิตวิเซ่

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Jezero Plitvice หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก พลิตวิเซ่ – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ – ซาเกร็บ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เข้าชม อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice Lakes National Park) อุทยานแห่งชาติแสนงดงามของประเทศโครเอเชีย ยังเป็นหนึ่งในอุทยานที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดของโครเอเชียด้วยพื้นที่กว้างถึง 296.85 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงที่โด่งดังและสวยงามด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และทะเลสาบที่อยู่โดยรอบ ปัจจุบันมีทะเลสาบรวมแล้วถึง 16 แห่งกระจายอยู่โดยรอบอุทยาน นอกจากนี้อุทยานพลิตวิเซ่ยังเป็นที่เลื่องชื่อลือชาว่าทัศนียภาพสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยสีสันอันสดใสของใบไม้ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว ส้ม แดง เหลือง และโดยเฉพาะเมื่อสะท้อนลงบนผิวทะเลสาบแล้วยิ่งงดงามอย่างที่สุด อุทยานพลิตวิเซ่ยังได้ขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่สำคัญในปี 1979 และถือเป็นเขตอนุรักษ์ที่สำคัญยิ่งของโครเอเชีย นั่ง รถไฟสายชมวิว เพื่อให้สามารถชมทัศนียภาพภายในอุทยานได้อย่างเต็มที่ แล้วนำท่าน ล่องเรือ เพื่อชมวิวสวยๆ ของทะเลสาบกว้าง Jezero Kozjak ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในอุทยานพลิตวิเซ่
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ออกเดินทางสู่ ซาเกรบ (Zagreb) ที่มีฐานะเป็นทั้งเมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโครเอเชีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคโรมันก่อนจะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโครเอเชีย ด้วยเสน่ห์ที่มากล้น มุ่งหน้าสู่จัตุรัสดังในเขตเมืองเก่าที่ต้องไปพลาดไปเยี่ยมเยือนก็คือ จัตุรัสเจลาซิค (Jelacic Square) ศูนย์กลางเมืองเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จุดเด่นของจัตุรัสแห่งนี้ก็คือรูปปั้นของโจเซฟ เจลาซิค ที่นั่งอยู่บนหลังม้า หนึ่งในบุคคลสำคัญของโครเอเชีย ในเขตเมืองเก่านี้เองที่เราจะได้เห็นโบสถ์ประจำเมือง มหาวิหารซาเกรบ (Zagreb Cathedral) หนึ่งในแลนด์มาร์กของเมือง สูงเด่นด้วยหอคอยที่สูงถึง 108 เมตร จัดเป็นหอคอยที่สูงที่สุดของโครเอเชียเลยทีเดียว ตัววิหารสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 13 ในสไตล์นีโอโกธิค งดงามและประณีตไม่แพ้มหาวิหารที่ไหน
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Aristos หรือระดับเดียวกัน

วันที่เจ็ด ซาเกร็บ – ดูไบ – กรุงเทพ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเที่ยวชมภายในเมืองซาเกรบ มุ่งหน้าสู่ สะพานสีเลือด (Bloody Bridge) แม้จะเรียกว่าสะพานแต่จริงๆ สถานที่แห่งนี้คือถนนสายหนึ่ง ที่เมื่อสมัยก่อนเคยเป็นสะพานแต่เมื่อได้ทำการถมที่หมดแล้วจึงได้เปลี่ยนเป็นเส้นทางถนนแทน แต่ก็ยังคงชื่อว่า สะพานสีเลือด เอาไว้อยู่ ถนนสายสั้นๆ ที่ขนาบข้างด้วยอาคารสไตล์โครเอเชียแห่งนี้จะมีร้านค้าร้านอาหารอยู่ให้เดินชมและเลือกซื้อได้ อาคารรัฐสภา (Parliament Building) จากสะพานสีเลือดเดินมาไม่ไกลก็จะได้เจอกับศูนย์กลางการปกครองของโครเอเชีย ด้วยอาคารที่สวยแบบเรียบง่ายแต่สง่างาม ประดับด้วยธงชาติทำให้มองเห็นได้ไม่ยาก เป็นอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ชม จัตุรัสเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Square) ที่นอกจากเป็นจุดนัดพบและท่องเที่ยวสุดฮิตแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์มาร์ค (St. Mark’s Church) โบสถ์โรมันคาทอลิกเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ที่แม้จะไม่ได้ดูยิ่งใหญ่หรูหราเหมือนโบสถ์ใหญ่ทั้งหลาย แต่โบสถ์เซนต์มาร์คแห่งนี้ก็งดงามและโดดเด่นด้วยหลังคาที่มุงด้วยโมเสกสัสันสวยงามพร้อมด้วยลวดลายของตราสัญลักษณ์ของเมือง Lotrščak Tower ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เราไม่พลาด หอคอยของป้อมปราการโบราณแห่งนี้มีอายุมากกว่า 700 ปี เป็นป้อมที่คอยดูแลประตูทางด้านทิศใต้ของเมืองเก่า ภายในมีปืนใหญ่ตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุด โดยจะยิงทุกๆ เวลาเที่ยงวันของทุกวันเป็นสัญญาณแทนระฆัง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย
15.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK130 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
23.05 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

วันที่แปด ดูไบ – กรุงเทพฯ
02.50 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK384(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

12.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ

******************************************

อัตราค่าบริการ​

วันเดินทาง ราคา
กุมภาพันธ์ 26 ก.พ.-5 มี.ค. 61 49,900
มีนาคม 7-14 มี.ค. / 21-28 มี.ค.
เมษายน 25 เม.ย.-2 พ.ค. 61
พฤษภาคม 26 พ.ค.-2 มิ.ย.
Songkarn Festival 8-16 เม.ย. 59,900

​​

เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) ไม่มีเตียง​ลดท่านละ​ 2,000​ บาท

​​พักเดี่ยว ​​​​เพิ่มท่านละ​ 10,000 ​บาท

อัตรานี้รวม

✓ ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
✓ ค่าธรรมเนียมในการขอยื่นวีซ่ากลุ่มเชงเก้น
✓ ค่าที่พักระดับมาตรฐาน (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ
✓ ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
✓ ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
✓ ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
✓ ค่าประกันภัยในการเดินทาง 2,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม
✗ ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ (เฉพาะในกรณีกรุ๊ปเหมาหรือตัดกรุ๊ปเท่านั้น)
✗ ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 30 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
✗ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
✗ ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถท้องถิ่น ท่านละ 2 ยูโร / คน / วัน
✗ ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขั้นต่ำ 100 บาท / วัน / คน (100 * 6 วัน)

 

เงื่อนไขในการจองทัวร์

1. สำหรับการจอง กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท (หลังจองภายใน 3 วัน) พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง
2. ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 20 วัน
3. หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

 

การยกเลิกและคืนค่าทัวร์

1.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนมัดจำทั้งหมด
2.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท
3.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25-30 วัน เก็บเงินมัดจำทั้งหมด
4.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
5.​ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ขอเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด

หมายเหตุ

1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหักเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
2. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
3. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
4. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด

รายละเอียดและเอกสารในการขอยื่นวีซ่าประเทศเชงเก้น

ระยะเวลาในการยื่น 15 วันทําการ  ผู้เดินทางต้องมาสแกนลายน้ิวมือ ณ สถานทูต ตามวันและเวลาที่นัดหมาย

 

Comments

comments